จริยธรรม.คอม

You are here: หน้าแรก ข่าว ข่าวสารทั่วไป สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ)ประทานโอวาทวันมาฆบูชา ๒๕๕๓
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ)ประทานโอวาทวันมาฆบูชา ๒๕๕๓

(0 votes)
สัมโมทนียกถาเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระวันมาฆบูชา
สังฆราช   ในพิธีเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา  เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา
วันศุกร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
ขอเจริญพรท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยคณะข้าราชการ และผู้ร่วมกัน

จัดงานหลายๆ  ฝ่าย   ซึ่งประชุมกันอยู่  ณ  ที่นี้ อาตมาในนามของวัดสระเกศ และในนามของคณะสงฆ์ทั้งปวง  ขออนุโมทนาสาธุการเป็นอย่างยิ่ง ที่กรมการศาสนา  กระทรวงวัฒนธรรม  ได้ริเริ่มและเป็นหลักในการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา  ซึ่งเป็นการแสดงความปรารถนาที่ดีงามต่อพระพุทธศาสนา  ต่อผู้นับถือพระพุทธศาสนาร่วมกัน

002เรื่องวันมาฆบูชามีความสำคัญอย่างไร  ทุกท่านมีความเข้าใจกันดีอยู่แล้ว  เมื่อมาร่วมกันส่งเสริมเช่นนี้ ก็เป็นการส่งเสริมให้เราทั้งหลาย ที่นับถือพระพุทธศาสนาร่วมกัน  ได้น้อมนำเอาหลักพระธรรมคำสอน โดยเฉพาะที่พระพุทธองค์ได้ตรัสในวันมาฆบูชา มาเป็นแนวทางการบริหารชีวิต บริหารงาน บริหารการเป็นอยู่ร่วมกัน  เป็นต้น

เมื่อเราทั้งหลายได้น้อมนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติ ตามกำลังความสามารถที่จะทำได้ ในเบื้องต้น ก็จะเป็นเหตุให้เกิดความสุขใจแก่ผู้ปฏิบัติเอง  เช่น ในขณะนี้ กระทรวงวัฒนธรรม  โดยกรมการศาสนา  เพียงแต่มีความปรารถนาดีตั้งใจให้ปรากฏอยู่ ดังนี้ ก็มีความสุขใจแล้ว  ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีการของการเปิดงาน แต่เป็นความสุขใจว่า เกิดมาในเมืองไทยที่มีพระพุทธศาสนาเป็นหลัก  และมีโอกาสที่จะทำอย่างนี้ได้  ก็ได้ทำแล้ว   เมื่อได้ทำแล้ว ความสุขใจก็เกิดขึ้นว่า ได้ทำสิ่งที่ไม่ได้นึกว่าจะทำ

อย่างนี้เป็นประโยชน์เบื้องต้น

ประโยชน์ที่จะขยายต่อไป ก็คือ สิ่งที่ได้ทำ จะขยายไปยังบรรดาผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาร่วมกัน  ทั้งฝ่ายพระสงฆ์  และท่านสาธุชนโดยทั่วไป  อย่างน้อย ก็ทำให้เกิดความสำนึกร่วมกันว่า เราอยู่ในประเทศไทย มีพระพุทธศาสนา เป็นหลัก  เราได้ร่วมกันทำสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ คือ ได้ปฏิบัติธรรมะนั้นเอง

เมื่อปฏิบัติร่วมกันปฏิบัติเช่นนี้ ก็ชื่อว่า ได้ร่วมกันทำในทางที่งดงาม ซึ่งสอดคล้องกันกับที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ได้มีพระปฐมบรมราชโองการ  ในการทรงครองราชย์สมบัติว่า

ตั้งใจจะอุปถัมภก   ยอยกพระพุทธศาสนา

เมื่อพระมหากษัตริย์ พระองค์ผู้ทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงประกาศพระราชปณิธาน เช่นนี้   ก็เท่ากับพระองค์ได้ขอให้พสกนิกรของพระองค์ได้ปฏิบัติในทางเดียวกัน ซึ่งก็ไปสอดคล้องกันกับแผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  กรุงธนบุรี ซึ่งพระองค์ก็ได้ทรงประกาศไว้ว่า

ถวายแผ่นดินนี้   เป็นพุทธบูชา”

หลังจากที่ทรงกอบกู้ชาติ และพระศาสนาที่ล่มจมในครั้งอยุธยา ได้แผ่นดินมา  แล้วก็ถวายเป็นพุทธบูชา

พระราชประสงค์จะสูงส่งอย่างไร  ไม่สามารถที่จะทราบได้  แต่จากที่ปรากฏจากพระราชปณิธาน  ก็ทำให้เราทั้งหลายที่อยู่ในแผ่นดินไทย เกิดความรู้สึกว่า สมเด็จพระเจ้า003ตากสินมหาราช  ทรงทนทุกข์ยากลำบากนานาประการ  เมื่อได้บ้านเมืองมา  ได้พระพุทธศาสนากลับมา  พระองค์ก็ถวายเป็นพุทธบูชา  ให้ตรงกับความรู้สึกในจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ  ที่มีความรู้สึกยกย่อง บูชาพระพุทธศาสนา

พระองค์ทรงปฏิบัติ ทำให้เห็นได้ว่า เป็นการสอดคล้องกันทั้งพระองค์  ทั้งประชาชนทั้งหลายทั้งปวง

ที่ยกขึ้นมากล่าวนี้  ก็เพื่อต้องการที่จะให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่า ที่ได้ร่วมกันจัดงานวันมาฆบูชาในวันนี้  โดยมีกรมการศาสนา เป็นหลัก  เป็นการปฏิบัติสอดคล้องกันกับพระราชปณิธานขององค์มหาราชทั้งสองพระองค์

เมื่อได้ปฏิบัติอย่างนี้ และมีความรู้สึกในใจเพิ่มขึ้น  ความสุขใจ ก็จะเกิด  ซึ่งท่านทั้งหลาย ก็จะทราบเองว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้น เป็นความสุขอย่างไร  อย่างน้อยก็เกิดความรู้สึกว่า

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถวายแผ่นดินนี้ให้เป็นพุทธบูชา เราได้อาศัยแผ่นดินที่เป็นพุทธบูชา แล้วได้ร่วมกันทำอย่างนี้  เป็นการแสดงความกตัญญูรู้พระคุณที่พระองค์ทรงปฏิบัติ

เมื่อระลึกถึงพระปฐมบรมราชโองการ ของพระมหาราชแห่งบรมราชจักรีวงศ์  ซึ่งทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็จะทำให้ท่านทั้งหลายรู้สึกได้อีก  ซึ่งอาจจะคิดเป็นความสุขใจกว้างขวางอย่างไร ก็สุดแต่จะพิจารณาเห็นเอง  แต่อย่างน้อยก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่า  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว เท่ากับว่า ประเทศไทยได้สืบต่อจากแผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  พระองค์ก็ทรงแนะนำให้คนทั้งหลายได้เห็น โดยทรงตั้งพระราชหฤทัยว่า ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา

เพียงรู้สึกว่า ที่ทำนี้ เราได้ร่วมกันยอยกพระพุทะศาสนาตามพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช   ก็จะมีความสุขใจเอง

เพียงเท่าที่กล่าวมานี้  ก็จะเห็นได้ว่า การร่วมกันจัดงานส่งเสริม

004พระพุทธศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชา   ซึ่งกรมศาสนาเป็นหลักนั้น  เป็นการปฏิบัติที่น่าชื่นใจ  ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า จะเป็นเหตุให้บ้านเมืองของเรา มีความร่มเย็นเป็นสุขสืบต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด  โดยอาศัยหลักพระธรรมคำสอนที่เราร่วมกันปฏิบัติ

ทุกท่านทราบดีว่า ความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ แม้เราจะมีจิตใจไม่สูงส่ง ถึงความเป็นพระอริยบุคคล แต่เพียงเรารู้สึกในทางที่ดีงามพอสมควร ก็จะเป็นการร่วมกันสร้างความร่มเย็นเป็นสุข ให้เกิดขึ้นแก่ประเทศชาติบ้านเมือง  ซึ่งไปตรงกันกับพระพุทธโอวาท ที่ได้ตรัสในท่ามกลางที่ประชุมพระสงฆ์องค์อรหันต์ ๑๒๕๐ รูป  ในวันเพ็ญกลางเดือน ๓ ในครั้งพุทธกาล   ท่านทั้งหลาย ก็ทราบกันอยู่แล้ว

พระองค์ได้ตรัสบอกแก่พระสงฆ์องค์อรหันต์  ซึ่งเราอาจจะกล่าวกันได้ทั้งนั้นว่า มีความหมายลึกซึ้งอย่างไร  จึงขอกล่าวในที่นี้ เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า  พระพุทธเจ้าทรงประกาศ  ให้พระสงฆ์สาวกของพระองค์  สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลก

วิธีสร้าง ก็คือ การนำเอาหลักปฏิบัติที่ดีงามมาปฏิบัติ  และเมื่อปฏิบัติได้นั่น ก็คือ สันติภาพ สันติสุขของชาวโลกนั่นเอง

ท่านทั้งหลายทราบกันดีทั้งคำบาลี และ ภาษาไทย  คือ   

ขนฺติ  ปรมํ  ตโปตีติกฺขา แปลว่า ขันติเป็นบรมธรรม

แล้วตรัสต่อไปว่า

นิพฺพานํ ปรมํ  สุขํ แปลว่า นิพพานก็เป็นบรมธรรม

เท่ากับทรงแสดงให้เห็นว่า ความสงบสุขจะมีได้  สันติจะเกิดขึ้น   มีหลัก ที่สำคัญเพียง ๒ ประการเท่านั้น  คือ ต้องอดทน แล้วก็ต้องระงับความรู้สึก โดยประการใดๆ ก็ตาม ที่จะทำให้รุ่มร้อนใจ ที่ทำให้ตนเองไม่สบายใจ  แม้จะไม่ได้บอกว่า ไม่สบายใจ แต่ก็เป็นความไม่สบายใจอยู่ภายใน  ก็พยายามลดลงไปเป็นนิพพาน นั่น ก็คือ ดับอาการอย่างนั้น  เพิ่มขึ้นไปโดยลำดับ จนกระทั้งถึงนิพพานอย่างสูงสุด

เท่าที่กล่าวมานี้ ก็จะทำให้ท่านทั้งหลาย ที่มีความเข้าใจอยู่แล้ว ได้เกิดความรู้สึกว่า พระพุทธเจ้าของเรา  ท่านได้ทรงประกาศให้พระสงฆ์องค์อรหันต์ ได้ทราบกันว่า สันติภาพ005ของโลก จะมีก็เพราะท่านทั้งหลายที่ปฏิบัตินั่นเอง ไม่ใช่ผู้อื่น

เมื่อปฏิบัติแล้ว ในเบื้องต้น ก็จะทำให้ตนเองมีความสุขใจ ดังที่กล่าวมาบางประการข้างต้น

อาตมภาพ จึงขออนุโมทนาสาธุการชื่นชมยินดี ในความปรารถนาดี  ของกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ที่ร่วมกับองค์กรต่างๆ จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันมาฆบูชา

บัดนี้ เป็นกาลโอกาสที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง  อาตมภาพ จึงขอเจริญพร เชิญชวนท่านทั้งหลาย มีท่านรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน  ได้ตั้งใจถวายเป็นพระราชกุศล แด่ องค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ที่ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก และขอได้อธิษฐานใจร่วมกันถวายพระพรชัยมงคล  ถวายพระราชกุศล ขอให้สมเด็จบรมพิตรพระราชสมภารเจ้า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ  ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ  ทรงมีพระราชปรารถนาในสิ่งใด ส่วนใด  ก็ขอให้พลันสัมฤทธิ์พระราชปรารถนานั้นโดยพลัน  และขอพรจากพระศรีรัตนตรัย ได้โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ทุกท่านมีจิตใจเจริญรุ่งเรืองในทางความดี ประสพความสำเร็จแห่งชีวิต ตามที่ปรารถนาอันดีงาม  ประสพสิ่งที่เป็นมงคลตามที่ประสงค์โดยทั่วกัน เทอญ.

ศูนย์ข่าวจริยธรรม รายงาน

    ๒๗/๐๒/๒๕๕๓

 

 

สมาชิกออนไลน์

0 users and 228 guests online