จริยธรรม.คอม

You are here: หน้าแรก ข่าว ข่าวเยาวชน ตักบาตรขนมครก งานบุญ'บางคนที'
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ตักบาตรขนมครก งานบุญ'บางคนที'

(0 votes)
ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10 ที่ผ่านมา ชาวบ้านบางพลับ ต.บางพรม อ.บางคนที ตักบาตรขนมครก
จ.สมุทรสงคราม ต่างร่วมแรงร่วมใจ เป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานประเพณีภายใน
บริเวณวัดแก่นจันทร์เจริญงานประเพณีที่ว่าเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน และมี
เพียงแห่งเดียวในโลก คืองานทำบุญตักบาตรขนมครก-น้ำตาลทราย ซึ่งทาง

ชุมชนจัดต่อเนื่องยาวนานถึงร้อยกว่าปีมาแล้วจากงานเล็กๆ ที่มีชาวบ้านในชุมชนช่วยกันจัดด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ปัจจุบันกลายเป็นงานยิ่งใหญ่ระดับจังหวัด มีส่วน92ราชการเข้ามาช่วยเหลือในหลายๆ ด้าน งานนี้จึงมีชื่อเสียงมีนักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาแวะเวียนเยี่ยมชมและทำบุญกันล้นหลาม

ทั่วทั้งบริเวณงานหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นขนมครกร้อนๆ ทั่วบริเวณวัดแก่นจันทร์เจริญมองเห็นเตาขนมครกกว่า 40 เตา วางเรียงรายอยู่โดยรอบศาลาการเปรียญ ผู้คนมากมาย ทั้งชาวบ้านและเด็กๆ ในชุมชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยว ต่างช่วยกันหยอด แคะ และช่วยนำขนมครกจัดเรียงใส่ในกระทงใบตองสีเขียวสวย ไปวางเรียงบริเวณหน้าศาลาการเปรียญ

หากใครอยากทำบุญก็หยิบกันไปคนละกระทง สองกระทง หยอดปัจจัยที่ตู้หยอดเหรียญตามจิตศรัทธา บรรยากาศคึกคักได้บุญกันถ้วนหน้า

หลายคนอาจอยากทราบถึงความเป็นมาเป็นไปของประเพณีการตักบาตรขนมครก ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าผู้ริเริ่มประเพณีนี้คือ พระครูสมุทรสุตกิจ หรือหลวงปู่โห้ เจ้าอาวาสรูปแรกประจำวัดแก่นจันทร์เจริญ ริเริ่มประเพณีนี้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2437

ด้วยเหตุที่ว่าในสมัยนั้น ชาวชุมชนวัดแก่นจันทร์เจริญที่มาทำบุญตักบาตรโดยมากมีฐานะยากจน ท่านเจ้าอาวาสจึงเกิดความคิดที่ว่าจะให้ชาวบ้านทำบุญตักบาตรด้วยวิธีใดจะไม่ต้องเสียเงินจำนวนมาก จึงให้นำขนมครกมาถวายแทนการตักบาตรด้วยอาหาร เพราะขนมครกสำหรับผู้คนที่นี่เป็นสิ่งที่ไม่ต้องซื้อหา วัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของขนมครกก็หาได้ไม่ยากในชุมชน อีกทั้งยังเป็นขนมหวานซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครนำมาถวาย จึงกลายเป็นประเพณีการตักบาตรขนมครกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ด.ญ.ยอกร อยู่ทน หรือน้องแตงโม เด็กหญิงในชุมชนวัดแก่นจันทร์เจริญ บอกว่า "วัตถุดิบที่นำมาใช้ทำขนมครก ส่วนใหญ่จะมีอยู่แล้วในหมู่บ้าน ราคาก็ไม่แพง ใช้เพียงแค่ไม่กี่อย่าง ก็ได้ขนมครกแสนอร่อยแล้วค่ะ"

วัตถุดิบที่แตงโมบอกว่าหาได้ง่ายในชุมชน ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า กะทิ น้ำตาล และเกลือ เชื่อว่าคนบางคนทีต้องมีวัตถุดิบเหล่านี้อยู่ทุก91หลังคาเรือนอยู่แล้ว โดยเฉพาะมะพร้าวที่จะนำมาคั้นทำกะทิ หาได้ง่ายๆ ในสวนหลังบ้าน

แตงโมแอบกระซิบบอกเคล็ดลับการทำขนมครกให้ได้รสกลมกล่อมแสนอร่อยมาอีกว่า "ให้หยอดแป้งขนมครกลงไปครึ่งหนึ่งก่อน ทิ้งไว้สักพัก แล้วค่อยเติมน้ำกะทิตามลงไป จากนั้นให้โรยต้นหอมตามค่ะ"

"เคล็ดลับอีกอย่างคือ เราจะแคะได้ตอนไหน ให้ดูว่าขอบขนมครกเริ่มเหลืองหรือยัง ถ้าเริ่มเหลืองแล้วก็แคะได้ค่ะ" คำบอกเล่าจากน้องส้มโอ ด.ญ.สิริกานต์ มณฑาทิพย์ ชี้ให้เห็นว่าเด็กๆ ในชุมชนต่างสนใจการสืบสานประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครก แม้เพียงขั้นตอนเล็กๆ ก่อนจะได้มาซึ่งขนมครกเด็กๆ ก็พิถีพิถันไม่แพ้ผู้ใหญ่ในชุมชน

แรกเริ่มเดิมที ชาวบ้านบอกว่าต่างคนต่างทำขนมครกกันเองที่บ้าน แล้วนำมาตักบาตรรวมกันที่วัด โดยไม่ผิดแผกกับปัจจุบัน คือนำขนมครกใส่ใบตองนำไปวางถวายให้พระสงฆ์ไว้บนถาด และนำน้ำตาลทรายใส่บาตรที่เรียงรายอยู่

แต่ที่แตกต่างคือสมัยนี้เมื่อประเพณีได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากขึ้น ชาวบ้านจึงต้องมาช่วยกันทำขนมครก ทั้งหยอด แคะ กันที่วัด เพื่อให้ขนมครกมีปริมาณเพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่อยากมาร่วมทำบุญกันในงานนี้ รายได้ที่ได้จากนักท่องเที่ยว ชาวบ้านนำไปถวายวัดทั้งหมดเพื่อพัฒนาวัดต่อไป อีกทั้งยังเป็นการทำบุญร่วมกันทั้งคณะศรัทธาและนักท่องเที่ยวที่สนใจ

การเตรียมงานจึงต้องเริ่มกันตั้งแต่ฟ้ายังมืด เช้าตรู่วันนี้ชาวบ้านมารวมตัวกัน เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันตั้งแต่การโม่แป้งขนมครกเลยทีเดียว มีหลายส่วนที่ชาวบ้านร่วมกันช่วยดูแลและจัดการ ทางโรงเรียนวัดแก่นจันทร์เจริญจึงไม่รอช้าที่จะนำเด็กๆ ที่โรงเรียนมาเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในวันนี้ เพื่อให้เด็กๆ ซึมซับความสำคัญของงานบุญประเพณีประจำถิ่นของตน และเกิดความรู้สึกอยากสืบสานไว้ต่อไป

สิ่งที่ชาวบ้านและเด็กๆ ได้รับหลังจากจัดงานบุญประเพณีตักบาตรขนมครกนี้ขึ้นมา เห็นจะเป็นความสามัคคีที่แฝงมาในความหอมกรุ่นของขนมครกหลายร้อยฝา ที่ชุมชนวัดแก่นจันทร์เจริญร่วมแรงแข็งขันจัดงานนี้ขึ้นมาด้วยความศรัทธา

เชื่อว่าเด็กๆ และชาวบ้านจะยังคงอนุรักษ์งานบุญตักบาตรขนมครกนี้ไว้ได้อีกนานเท่านาน

ติดตามความสนุกสนานภายในงานตักบาตรขนมครก และเจตคติดีๆ ที่แฝงมาในขนมหวานโบราณของไทย ในรายการทุ่งแสงตะวัน ตอน ตักบาตรขนมครก วันเสาร์ที่ 16 ต.ค. ช่อง 3 เวลา 06.25 น. www.payai.com

ยศศยามล กรมติ

ที่มา:www.khaosod.co.th