พ่อขุนรามคำแหง
"พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่ว ท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุน ทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน"
(จารึกสุโขทัย หลักที่ ๑)
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
"พระบาทสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้า จึงตรัสประกาศแก่เทพยดาทั้งปวงว่า ให้บังเกิดมาในประยูรมหาเศวตฉัตรจะให้บำรุงพระบวรพุทธศาสนา ไฉนจึงมิช่วยให้แสงสว่างแลข้าศึกเล่า พอตกพระโอษฐ์ลง พระพายก็พัดควันอันเป็นหมอกมืดนั้นสว่างไป ทอดพระเนตรเห็นช้างเศวตฉัตร ๑๖ ช้าง มีช้างดั้งช้างกันยืนอยู่เป็นอันมาก"
(พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา)
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
"พระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ จะให้เราเข้ารีตดังนั้นหรือ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะในราชวงศ์ของเราก็ได้นับถือพระพุทธศาสนามาช้านานแล้ว จะให้เราเปลี่ยนศาสนาอย่างนี้เป็นการยากอยู่ และถ้าพระเจ้าผู้สร้างดินจะต้องการให้คนทั่วโลกได้นับถือศาสนาอันเดียวกันแล้ว พระเจ้ามิจัดการให้เช่นนั้นเสียแล้วหรือ"
(ประชุมพงศาวดาร)
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อันตัวพ่อ ชื่อว่า "พระยาตาก" ทนทุกข์ยาก กู้ชาติพระศาสนา
ถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา แด่พระศาสดาสมณะพระพุทธโคดม
ให้ยืนยงคงถ้วนห้าพันปี สมณะพราหมณ์ชีปฏิบัติให้พอสม
เจริญสมถะวิปัสสนาพ่อชื่นชม ถวายบังคมรอยบาทพระศาสดา
คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า ชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนา
พุทธศาสนาอยู่ยงคู่องค์กษัตรา พระศาสดาฝากไว้ให้คู่กันฯ
(จารึกในศาลพระเจ้าตากสินมหาราช)
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑
ตั้งในจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา
จะป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรีฯ
(นิราศท่าดินแดง)
"สิ่งของทั้งนี้ จงจัดทำนุบำรุงไว้ให้จงดี จะได้ป้องกันรักษาแผ่นดิน ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และพระราชอาณาเขตสืบไป
ครั้งนี้ขออาราธนาพระผู้เป็นเจ้าทั้งปวงจงมีอุตสาหะในฝ่ายพระพุทธจักรให้พระไตรปิฎกบริบูรณ์ขึ้นให้จงได้ ฝ่ายข้างอาณาจักรที่จะเป็นศาสนูปถัมภกนั้นเป็นพนักงานโยม โยมจะสู้เสียสละชีวิตบูชาพระรัตนตรัย สุดแต่จะให้พระปริยัติบริบูรณ์เป็นมูลที่จะตั้งพระพุทธศาสนาจงได้"
(พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ )
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒
"พระบาทสมเด็จบรมธรรมมิกมหาราชารามาธิราช บรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว...ทรงพระราชศรัทธาจะยกรื้อวิสาขบูชามหายัญพิธีอันขาดประเพณีมานั้น ให้กลับคืนเจียรฐิติกาลปรากฏสำหรับแผ่นดินสืบไป"
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓
"เมื่อเห็นว่าบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดที่มีวัยวุฒิปรีชารอบรู้ราชานุวัตร จะเป็นศาสนูปถัมภกยกพระบวรพุทธศาสนา แลจะปกป้องไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎร์รักษาแผ่นดินให้สุขสวัสดิ์โดยยิ่ง เป็นที่ยินดีแก่มหาชนทั้งปวงได้ ก็สุดแท้แต่จะเห็นดีประนีประนอมพร้อมใจกัน ยกพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์นั้นขึ้นเสวยมไหสวรรยาธิปัตย์ราชสืบสันตติวงศ์ดำรงราชประเพณีต่อไปเถิด"
(จดหมายเหตุ รัชกาลที่ ๓)
พระบาทสมเด็จพระจอมแกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
"พระนครนี้เป็นถิ่นที่ของคนนับถือพระพุทธศาสนามาแต่เดิม ไม่ใช่แผ่นดินของศาสนาอื่น คนที่ถือศาสนาอื่นมาแต่อื่นก็ดี อยู่ในเมืองนี้ก็ดี จะโทมนัสน้อยใจด้วยริษยาแก่พระพุทธศาสนาเพราะบูชาอันนี้ไม่ได้ ด้วยไม่ใช่เมืองศาสนาตัวเลย ถ้าโทมนัสก็ชื่อว่าโลภล่วงเกินไป"
(ประชุมประกาศ รัชกาลที่ ๔)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
...ข้าพเจ้าจะไม่มีจิตยินดีน้อมไปในศาสดาอื่นนอกจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธรรมอันพระองค์ได้ตรัสรู้ชอบดีแล้ว กับทั้งพระสงฆ์หมู่ใหญ่ อันได้ประพฤติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นเลยเป็นอันขาด จนตราบกว่าสิ้นชีวิต...
(เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖)
"พระราชบิดาของฉันได้ทรงสละเวลาเป็นส่วนใหญ่ในการศึกษาและคุ้มครองศาสนาของชาติ ส่วนฉันได้ขึ้นครองราชย์ในขณะอายุยังน้อย จึงไม่มีเวลาที่จะเป็นนักศึกษาอย่างพ่อ ฉันเองมีความสนใจในการศึกษาหนังสือหลักธรรมต่าง ๆ สนใจที่จะคุ้มครองศาสนาของเราและต้องการที่จะให้มหาชนทั่วไปมีความเข้าใจถูกต้อง"
(พระราชหัตถเลขาถึง เซอร์ เอ็ดวิน อาร์โนลด์)
"ข้าพเจ้าย่อมรู้สึกว่า เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะต้องทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งคู่กับพระราชอาณาจักรให้ดำเนินไปในทางวัฒนาถาวรพร้อมกันทั้งสองฝ่าย "
(พระราชดำรัสต่อคณะคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๔๐)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
"พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาสำหรับชาติเรา เราจำเป็นต้องถือด้วยความกตัญญูต่อบิดามารดาและต้นโคตรวงศ์ของเรา จำเป็นต้องถือไม่มีปัญหาอะไร... เมื่อข้าพเจ้ารู้สึกได้แน่นอน จึงได้กล้าลุกขึ้นยืนแสดงเทศนาทางพระพุทธศาสนาแก่ท่านทั้งหลาย..
...เป็นความจำเป็นที่เราทั้งหลาย ผู้เป็นไทยจะต้องมั่นอยู่ในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาสำหรับชาติเรา...ถ้ามีอันตรายอย่างใดมาถึงพระพุทธศาสนา เราทั้งหลายจะเป็นผู้ที่ได้รับความอับอายด้วยกันเป็นอันมาก...เหตุฉะนี้ เป็นหน้าที่ของเรา ที่จะต้องตั้งใจ ที่จะรักษาความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย อย่าให้มีอันตรายมาถึงได้..."
(พระบรมราโชวาท เรื่อง เทศนาเสือป่า)
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗
"มาจนถึงรัชสมัยสมเด็จพระปิยมหาราช พระบรมชนกนาถของเรา จึงเริ่มทรงจัดการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในมณฑลนี้มาโดยทรงพระราชดำริจะให้พุทธจักร และอาณาจักรเจริญรุ่งเรืองสมสมัย"
(พระบรมราโชวาทในการเสด็จเลียบ มณฑลฝ่ายเหนือ และมณฑลพายับ พุทธศักราช ๒๔๖๙)
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘
ในการเสด็จนิวัติพระนครครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ได้ประกอบพิธีทรงปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ ท่ามกลางมณฑลสงฆ์ ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระองค์ยังทรงตั้งพระราชหฤทัยอย่างแน่วแน่ว่า จะทรงผนวชในพระพุทธศาสนาสักวาระหนึ่ง โดยได้มีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง
วชิรญาณวงศ์ ทรงขอสังฆราชานุเคราะห์ ในการศึกษาตำราทางพระพุทธศาสนา เพื่อใช้ในการเตรียมพระองค์ ในการที่จะอุปสมบท พระองค์ได้พระราชทานสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์สเตรทเอคโค ดังมีข้อความตอนหนึ่งว่า
"...ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีที่จะได้เดินทางกลับสู่ประเทศอันเป็นที่รักของข้าพเจ้า และในอันที่จะได้เห็นประชาราษฎร์ของข้าพเจ้า..."
หนังสือพิมพ์สเตรทเอคโค
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
"คนไทยเป็นศาสนิกชนที่ดีทั่วกัน ส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา อันเป็นศาสนาประจำชาติ"
(พระราชดำรัสตรัสต้อนรับโป๊ป จอห์นปอลที่ ๒ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๒๗)
"โดยที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของเราทั้งตามความศรัทธาเชื่อมั่นของข้าพเจ้าเองก็เห็นเป็นศาสนาที่ดีศาสนาหนึ่ง เนื่องในบรรดาสัจธรรมคำสั่งสอนอันชอบด้วยเหตุผล จึงเคยคิดอยู่ว่าถ้าโอกาสอำนวย ข้าพเจ้าควรจักได้บวชสักเวลาหนึ่งตามราชประเพณีซึ่งจัดเป็นทางสนองพระเดชพระคุณพระราชบูรพการีตามคตินิยมด้วย และนับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้ครองราชย์สืบสันตติวงศ์ต่อจากสมเด็จพระเชษฐาธิราชก็ล่วงมากว่าสิบปีแล้ว เห็นว่าน่าจะถึงเวลาที่ควรจะทำความตั้งใจไว้นั้นแล้วประการหนึ่ง...จึงได้ตกลงใจที่จะบรรพชาอุปสมบทในวันที่ ๒๒ เดือนนี้"
รวมรูปพระมหากษัตริย์ไทย

พ่อทรงเหนื่อยยากเพื่อเรา เราเคยตอบเเทนพระคุณท่านบ้างหรือยัง
พร้อมหรือยัง ที่จะคิดใหม่ทำใหม่ทำในสิ่งที่ดี ที่ควร ปลุกต่อมใต้สำนึกรักประเทศไทยขึ้นมา
เเล้วทำตามจิตใต้สำนึกของเรา รักชาติรักประเทศเพื่อพ่อกันเถอะ
นศท.ทบ.ชพ ศรารินทร์ เเต้มรุ่งเรือง
เราต้องเคารพ ชาติ ศาสนา เเละพระมหากษัตริย์
เป็นประโยคที่คนไทยทั้งชาติทราบกันดี เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่หรือ เเม้กระทั่งคนเเก่
ก็ให้ความสำคัญต่อคำพูดนี้มาก ไม่เพียงเเต่คำพูด เเต่พร้อมด้วยการกระทำที่เเสดงให้เห็นถึงความรักเเละเคารพ ชาติ ศาสนา เเละพระมหากษัตริย์
เเล้วคุณปฎิบัติบ้างเเล้วหรือยัง เเสดงมันออกมาเพื่อชาติเเละสถาบันของเรา
สถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงเป็นสถาบันที่ประชาชนชาวไทยทุกคนเทิดทูนไว้เหนือเกล้าตลอดไป สถิตเสถียรอยู่ในใจของประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าตราบนานเท่านานชั่วกัลปาวสาน ระบือพระเกียรติทั่วราชธานี
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่ถูกปลูกฝังในชาติไทย มานาน เพราะตั้งแต่สมัยก่อนถึงปัจจุบัน สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ช่วยประชาชน ดูแลประชาชน อย่างใกล้ชิดมาตลอด กษัตริย์ทุกพระองค์พยายามช่วยให้ประชาชนของท่านอยู่ดีกินดี มีความสุข
ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยการไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน คนในชาติจะต้องสามัคคีกัน
ชาติ เอกลักษณ์ ที่เรามี
พระพุทธศาสนาเรามีบ่มใจให้สุขสงบเย็น
กษัตริย์ ทรงกอบกู้ชาติ เพื่อถวายพระพุทธบูชา
เราลูกหลานไทย อย่าได้ดูดาย
รักชาติ รักพี่น้องร่วมชาติ
และปฏิบัติบูชาพระศาสนา
กษัตรา ที่ทรงธรรม เป็นมิ่งขวัญเผ่าไทย
ขอกลับบ้านก่อน
หม่อมราชวงศ์บุตรี วีระไวทยะ ผู้อำนวยการกองในพระองค์ สำนักราชเลขาธิการ
.....ทุกคนจะเห็นท่านทรงถือแผนที่ ไปไหนมาไหนก็มีแผนที่ แผนที่รายละเอียดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงตัดต่อเอง ...ท่านมานั่งตัดนั่งต่อ มานั่งปะกาวเอง
.....ใครๆ คิดว่าห้องทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้เป็นห้องที่ต้องโก้ต้องเก๋ มีโต๊ะ มีเก้าอี้ มีแต่ว่าท่านไม่ได้ประทับที่นั่น ท่านลงประทับกับพื้น เพราะว่าบนพื้นวางของต่างๆ ได้มากกว่าโต๊ะ....
.....การที่ท่านทรงมีแผนที่ก็ด้วยเหตุที่ว่า ไปตรวจตราในเส้นทาง ที่จะเสด็จฯ เองก็ดี หรือว่าในการพูดคุยกับประชาชน หาข้อมูลจากประชาชน...
.....เขามองแผนที่ไป เขาคุยไปได้อะไรมากเลย ในบางครั้งก็มีคุยกันไปตั้งนาน ชาวบ้านจึงลุกขึ้นบอกเดี๋ยวผมขออนุญาตกลับบ้านก่อน ก็รับสั่งว่า มีธุระอะไรหรือ
เขาบอกว่าเดี๋ยวผมกลับไปแล้วเดี๋ยวผมมา กลายเป็นว่าชาวบ้านคนนั้นไม่มีความสบายใจ เพราะว่าท่านทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปแวะประเดี๋ยวหนึ่ง เขากำลังอาบน้ำอยู่
ก็นุ่งแต่ผ้าขาวม้า เสื้อไม่ได้ใส่ ก็เลยอยากกลับไปใส่เสื้อแล้วค่อยกลับมาคุยต่อกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...
รพ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จว.บุรีรัมย์
ขอให้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ จงดลบันดาลให้ในหลวงมีสุขภาพอนามัยให้แข็งแรงตลอดไป
ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เท่านั้นที่จะทำให้ไทยสงบร่มเย็นได้
ด้วยตัวแทนของคนไทยทุกคนทุกชนชั้น ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ทรงพระเจริญมีพระชนม์มายุยังยืนนานเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทุกหมู่เหล่า
ร.พ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.ว.บุรีรัมย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นมิ่ง
ขวัญของคนไทยทุกคนพระองค์ทรงช่วย
เหลือประชากรทั่วทุกแห่ง ไม่ว่าจะลำบาก
แค่ไหน พระองค์ก็สามารถไปได้ทุกที่
ตั้งแต่ที่พระองค์ยังเยาว์วัยในฐานะที่พวก
เราเป็นคนไทยที่มีพระมหากษัติย์ที่ขยัน
มีความสามารถช่วยเหลือผู้ยากไร้ ก็ขอให้
พระองค์ทรงมีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน
และตัวของข้าพระเจ้าจะจงรักภักดีต่อชาติ
ทำตามทฤษฎีที่พระองค์ทรงคิดค้นไว้ เพื่อ
เป็นการช่วยชาติตามเศรษฐกิจพอเพียง
ร.พ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.ว.บุรีรัมย์
พระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยทรงตรากตรำพระวรกาย เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วทุกหนแห่ง เพื่อจะได้ทอดพระเนตรสภาพความเป็นอยู่และปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรด้วย พระองค์เอง และทรงหาทางแก้ไขความเดือดร้อนของราษฎรโดยไม่ย่อท้อ ด้วยทรงอาทรห่วงใยราษฎรของพระองค์ยิ่งนัก ขอทรงพระเจริญมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน
ร.พ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.ว.บุรีรัมย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปกเกล้าเหล่าพสกนิกร โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด ก็มิได้ทรงย่อท้อ เสด็จไปเยี่ยมเยียนขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความยากไร้แก่ทวยราษฎร์ โดยมิทรงรังเกียรติ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
ร.พ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.ว.บุรีรัมย์
พระองค์ท่านทรงเป็นต้นแบบแห่งความซื่อสัตย์สุจริต พระองค์ท่านจะสอนราษฎรและข้าราชการอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของความซื่อสัตย์ต่องานในหน้าที่ จะเห็นได้ว่าพระองค์ท่านได้เป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถะ อยู่แบบพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตนี้จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าสามารถพัฒนาประเทศได้ทัดเทียมประเทศที่เจริญแล้ว
ร.พ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.ว.บุรีรัมย์
ที่ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศไทยอยู่ทุกวันนี้
ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์พระองค์ทรงเป็น
จุดศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยทุกคน
ไม่ว่า บ้านเมืองจะวุ่นวายและสับสนเพียงไดก็ยังคงมีสถาบัน
พระมหากษัตริย์ ที่เป็นจุดศูนย์รวมของคนไทยและคอยแก้ปัญหา
อยู่ความเป็นอยู่และทุกข์สุข เสมอมา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ร.พ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.ว.บุรีรัมย์
เราชาวไทยควรยึดแบบอย่างเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลพระบาทนำมาปฏิบัติให้เกิดผลแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ ด้วยพระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่า แนวทางพระราชดำริในพระองค์ เรียบง่าย ปฏิบัติได้ผลเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน
ร.พ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.ว.บุรีรัมย์
ที่ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศไทยอยู่ทุกวันนี้
ก็เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์พระองค์ทรงเป็น
จุดศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยทุกคน
ไม่ว่า บ้านเมืองจะวุ่นวายและสับสนเพียงไดก็ยังคงมีสถาบัน
พระมหากษัตริย์ ที่เป็นจุดศูนย์รวมของคนไทยและคอยแก้ปัญหา
อยู่ความเป็นอยู่และทุกข์สุข เสมอมา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ร.พ.ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.ว.บุรีรัมย์
พระราชปณิธานฯ






