จริยธรรม.คอม

You are here: หน้าแรก ทฤษฎีเบื้องต้นแห่งปรัชญาไทย
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ทฤษฎีเบื้องต้นแห่งปรัชญาไทย

ทฤษฎีเบื้องต้นแห่งปรัชญาไทย

(11 votes)

"ปรัชญา   คือ   ศาสตร์แห่งศาสตร์ทั้งปวง"

ออกัสต์   กองต์  (Auguste Come)

(ค.ศ.1798 - 1857)

บทนำ

       มนุษย์นั้นมีอุปนิสัยแห่งความเป็นนักปรัชญาอยู่ในตัวทุกคน แล้วแต่ว่าใครจะมีวิธีการแสดงออกมาอย่างไร อุปนิสัยแห่งความเป็นนักปรัชญาที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ท่าทีแห่งความสงสัยใคร่รู้ที่มนุษย์มีต่อสรรพสิ่งในจักรวาล เพราะมนุษย์มีอุปนิสัยแห่งความเป็นนักปรัชญา จึงชอบตั้งคำถามกับโลกและชีวิต ตลอดจนสรรพสิ่งที่พบเห็นอยู่รอบตัวมาตั้งแต่เยาว์วัย  หากสังเกตจะเห็นได้ว่าเด็กๆโดยทั่วไปมักตั้งคำถามกับสิ่งโน้นสิ่งนี้เรื่อยไป

       แสดงให้เห็นว่าความสงสัยใคร่รู้มาตั้งแต่เยาว์วัยนั้นเป็นลักษณะพื้นฐานความคิดที่แสดงออกถึงอุปนิสัยแห่งความเป็นนักปรัชญาของมนุษย์

มนุษย์ทุกคนมีความรู้สึกนึกคิด มีความสงสัย มีความใฝ่ฝัน มีจินตนาการ และพร้อมที่จะเดินตามความใฝ่ฝันและจินตนาการนั้น มนุษย์ทุกคนจึงมีลักษณะอุปนิสัยของนักปรัชญา อุปนิสัยดังกล่าวถูกแสดงออกโดยมีสรรพชีวิตและสรรพสิ่งเป็นต้นแบบ

       สำหรับแนวคิดด้านปรัชญานั้น เป็นผลผลิตแห่งกำลังความคิดของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นจากอิทธิพลของธรรมชาติและสังคมมนุษย์ เพราะเหตุที่มนุษย์ถูกแวดล้อมอยู่ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และเหตุการณ์ทางสังคม ประสบการณ์ในชีวิตและความเป็นไปของสังคมย่อมมีอิทธิพลต่อความคิดของนักปรัชญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  

ความคิดทางด้านปรัชญาจึงไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างลอยๆ หากแต่เกิดจากความรู้สึกนึกคิด ซึ่งก่อตัวขึ้นจากประสบการณ์ที่มนุษย์มีต่อโลกและชีวิต  

      มนุษย์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ย่อมมีความคิดที่แตกต่างกัน  แม้วิธีการแสดงความคิดก็ย่อมแตกต่างกันออกไปตามพื้นฐานทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ หากเราเชื่อว่าความคิดเป็นบ่อเกิดแห่งปรัชญา การแสดงออกทางด้านความคิดของคนในแต่ละสังคมด้วยวิธีการที่แตกต่าง  ก็ไม่ได้หมายความว่าความคิดนั้นจะว่างไร้จากคุณค่าแห่งความเป็นปรัชญา

      สำหรับคนไทยตั้งแต่อดีต นิยมแสดงความคิดผ่านการพูดในท่วงทำนองแห่งบทกวี  ทั้งกวีมุขปาฐะและกวีลายลักษณ์  อันเป็นลักษณะอุปนิสัยพื้นฐานของคนไทยมาแต่เดิม   เราจึงพบเห็นคำพูดที่แฝงไปด้วยปรัชญาปรากฏอยู่ทั้งในสุภาษิต  คำพังเพย บทเพลงกล่อมเด็ก  และคำร้องอันเป็นกวีมุขปาฐะอื่น ๆ

      คนไทยเป็นมนุษย์ชนชาติหนึ่ง ที่ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้อิทธิพลของธรรมชาติ และภายใต้เงื่อนไขวัฒนธรรมของชนชาติตน ความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อโลกและชีวิตไม่ได้แตกต่างไปจากความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ชนชาติอื่น

      คนไทยแต่เดิมมาไม่นิยมใช้ร้อยแก้วและตรรกวิทยาในการแสดงความรู้สึกนึกคิด  เพราะถือว่าทั้งร้อยแก้วและตรรกวิทยาเป็นภาษาสามัญ แต่นิยมใช้ภาษากวีเป็นเครื่องมือในการแสดงออกทางด้านความคิด เพราะถือว่าภาษากวีเป็นภาษาชั้นสูงที่ได้รับการพัฒนาให้มีความประณีตแล้ว  

      ตั้งแต่อดีต  บทกวีได้เข้ามาเกี่ยวพันกับชีวิตของคนไทยนับแต่เกิดจนกระทั่งตาย ในฐานะบทกวีเป็นสื่อกลางในการนำเสนอความคิดของคนไทยแขนงหนึ่ง คนไทยได้เลือกเอาบทกวีเป็นเครื่องมือในการเสนอแนวความคิดของตนต่อสาธารณชน ทั้งนี้เพราะพื้นฐานอุปนิสัยของคนไทยเป็นคนรักกวีนั่นเอง  บทเพลงกล่อมเด็ก เพลงประกอบการละเล่นเด็ก เพลงเคียว เพลงสงฟาง เพลงเรือ สุภาษิตคำพังเพย ผญาอีสาน  ล้วนเป็นการแสดงออกถึงความคิดด้านปรัชญาของคนไทยผ่านท่วงทำนองแห่งบทกวีอย่างชัดเจน 

     ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เราต่างก็ยอมรับกันว่าเป็นยุคสมัยที่บทกลอนเฟื่องฟู คนไทยถึงแก่ได้ชื่อว่าหายใจเป็นบทกลอนเลยที่เดียว  ด้วยเหตุที่เราตระหนักดีว่าคนไทยเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน

     คนไทยจึงชอบสอดแทรกแนวคิดด้านปรัชญาไว้ในศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการแสดง การขับร้อง การประพันธ์ หัตถกรรม จิตรกรรม ตลอดจนเครื่องมือประกอบอาชีพ   อันแสดงให้เห็นว่าคนไทยก็เป็นคนช่างคิด มีจินตนาการไม่หยุดนิ่ง แต่ไม่ชอบแสดงตัวตนจึงไม่นิยมระบุนามไว้ในผลงานนั้นๆ 

     ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะนักปรัชญาไทยไม่ค่อยยึดติดในตัวตน อันเป็นผลมาจากคำสอนทางพระพุทธศาสนา มุ่งเพียงแสดงความคิดเห็นเท่านั้น ไม่มุ่งที่จะแสดงตัวตน หรืออาจจะเรียกว่ามุ่งที่แสดงความคิดมากกว่าแสดงอัตตา  สิ่งที่คิดขึ้นมาแล้วนั้นใครจะเอาไปใช้ก็ได้  ถือว่าเป็นของสาธารณะ สิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่ทำให้นักปรัชญาไทยแตกต่างจากนักปรัชญาตะวันตกอย่างสิ้นเชิง  ซึ่งนักปรัชญาตะวันตกชอบแสดงอัตตาไว้ในผลงาน

    การที่คนไทยใช้บทกวีสำหรับแสดงความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อโลกและชีวิต  ก็ไม่ได้หมายความว่าความคิดที่แสดงออกผ่านบทกวีนั้นจะไม่มีคุณค่าแห่งความเป็นปรัชญา  เพราะบทกวีเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ประสบการณ์ และความในใจที่คนไทยต้องการแสดงออกเท่านั้น  หากก้าวข้ามรูปแบบไปได้ เราก็จะพบแก่นแห่งปรัชญาไทยที่ดำรงอยู่อย่างบริบูรณ์ในรูปแบบบทกวี

    สำหรับที่มาของบทกวีไทยเริ่มพัฒนามาจากบทเพลงกล่อมเด็กของชาวบ้าน ในฐานะที่บทเพลงกล่อมเด็กเป็นกวีมุขปาฐะและคีตกวีของแผ่นดิน ที่สัมพันธ์อยู่กับวิถีชีวิตของชาวไทยอย่างแนบแน่นและยาวนานที่สุด โองการแช่งน้ำเชื่อว่าเป็นวรรณคดีลายลักษณ์ของไทยชิ้นแรก เป็นประจักษ์พยานได้ว่า การแสวงหารูปแบบทางการประพันธ์ในโลกแห่งบทกวีของไทยนั้นเป็นมายาวนานแล้ว  ตั้งแต่เริ่มมีบทกวี นักปรัชญาไทยก็ถือกำเนิดและพัฒนารูปแบบบทกวีให้ละเอียดประณีตรัดกุมยิ่งขึ้นเป็นลำดับ เพื่อเป็นเครื่องรองรับแนวคิดทางด้านปรัชญาสืบมาไม่ขาดสาย

    บทกวีเป็นมรดกวัฒนธรรมทางความคิดที่สืบทอดต่อมายังอนุชนรุ่นหลัง โดยผ่านกระบวนการสั่งสมถ่ายทอดและพัฒนารูปแบบมาช้านานตามเงื่อนไขและปัจจัยด้านสังคม  นักกวีไทยทำหน้าที่ในการบันทึกประวัติศาสตร์ความคิดของชนชาติ ทั้งในด้านการดำเนินชีวิต  ภูมิปัญญาในการทำมาหากิน การเมืองการปกครอง  ปรัชญา ศาสนา ความเชื่อ ประเพณี และศิลปกรรมแขนงต่างๆ

    จึงอาจกล่าวได้ว่าบทกวีไทยทั้งกวีมุขปาฐะและกวีลายลักษณ์ ได้ทำหน้าที่บันทึกแนวคิดด้านปรัชญาของคนไทยสืบมาทุกยุคทุกสมัยตราบจนถึงปัจจุบัน

    ทฤษฎีเบื้องต้นแห่งปรัชญาไทย ต้องการเสนอทฤษฎีทางด้านปรัชญาไทยในรูปแบบการวิเคราะห์ สืบค้นถึงกำเนิด ที่มา และพัฒนาการ โดยยึดกรอบแห่งปรัชญาตะวันตกเป็นแม่แบบในการวิเคราะห์ ทั้งนี้เพราะเรายอมรับกันโดยทั่วไปว่าปรัชญาตะวันตกเป็นแม่แบบแห่งปรัชญาของโลก การจะทำความเข้าใจปรัชญาไทย  จึงควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกำเนิดและพัฒนาการปรัชญาตะวันตก อันเป็นบ่อเกิดปรัชญาของโลกก่อน

 

ที่มา หนังสือ ทฤษฎีเบื้องต้นแห่งปรัชญาไทย ผู้แต่ง ญาณวชิระ

 

 

คอมเมนต์ล่าสุด

คลองมหานาค แม่น้ำสายประวัติศาสตร์
http://www.storereplica.co.uk/audemars-p
นับถอยหลัง '350วัน' 'อวสานโลก' 'เป็นไปได
http://www.diy-jerseys.com/birmingham-cl
ความหมายของคำว่า จริยธรรม
ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆsmileywink
พระราชปณิธานแห่งพระมหากษัตริย์ไทย ที่มีต
ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ อายุยิ่งยืนนาน
พิธีห่มผ้าแดงบรมบรรพตภูเขาทอง
http://www.okreplicasuk.co.uk/franck-mul