จริยธรรม.คอม

ถวายพรพระ

(3 votes)

ถวายพรพระ

บทถวายพรพระเป็นคาถาที่บุรพาจารย์คัดเลือกบทสวดมนต์ต่างๆ มาต่อกัน  เพื่อให้มีเนื้อความสั้นเข้าเหมาะสำหรับใช้เป็นบทสวดมนต์ในชีวิตประจำวัน คนไทยตั้งแต่โบราณมานิยมสวดบทถวายพรพระเป็นบทสวดมนต์ในชีวิตประจำวัน  โดยเฉพาะใช้เป็นบทสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน  นอกจากนั้น ยังนิยมนิมนต์พระมาสวดในการทำบุญต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วย

เนื้อความของบทถวายพรพระ ได้นำเอาบทสรรเสริญพุทธคุณ  ธรรมคุณ  สังฆคุณที่ปรากฎในธชัคคสูตรมาเป็นบทเริ่มต้น  แล้วตามด้วยบทพุทธชัยมงคลคาถา  พรรณนาถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ชนะ พญามาร  ผ่านพ้นอุปสรรคครั้งสำคัญไปได้ด้วยดีด้วยวิธีของพระองค์เอง เป็นคาถาว่าด้วยชัยชนะที่พระพุทธองค์มีต่อพญามาร (พญาวสวัตตีมาราธิราช),  อาฬวกยักษ์, ช้างนาฬาคิริง, โจรองคุลีมาล, นางจิญจมานาวิกา,       สัจจกนิครนถ์, นันโทปนันทนาคราช และท้าวมหาพรหม  จากนั้นต่อด้วยบทชัยปริตร จบลงด้วยบทภะวะตุสัพ  เป็นการน้อมนำพุทธานุภาพ                ธัมมานุภาพ  และสังฆานุภาพมาดลบันดาลให้เกิดชัยมงคลตามที่กล่าว ในบทถวายพรพระ

บทถวายพรพระเป็นที่นิยมสวดกันแพร่หลาย  เพราะเชื่อว่ามีอานุภาพทำให้ชีวิตผ่านพ้นปัญหา อุปสรรคและภยันตรายต่างๆ ในชีวิต ตลอดจนให้ประสบในสิ่งที่ปรารถนาทั้งหลาย

ถวายพรพระ

อิติปิ   โส  ภะคะวา   อะระหัง   สัมมาสัมพุทโธ,   วิชชาจะระณะสัมปันโน  สุคะโต  โลกะวิทู,  อะนุตตะโร   ปุริสะทัมมะสาระถิ  สัตถา,  เทวะมะนุสสานัง  พุทโธ  ภะคะวาติฯ

สะวากขาโต   ภะคะวะตา   ธัมโม,  สันทิฏฐิโก   อะกาลิโก ,           เอหิปัสสิโก,   โอปะนะยิโก,   ปัจจัตตัง   เวทิตัพโพ  วิญญูหีติ ฯ   (อ่านว่า วิญญูฮีติ)

สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต   สาวะกะสังโฆ,  อุชุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต,   สาวะกะสังโฆ   ญายะปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ,   สามีจิปะฏิปันโน   ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ,   ยะทิทัง  จัตตาริ  ปุริสะยุ -คานิ   อัฏฐะ   ปุริสะปุคคะลา,   เอสะ   ภะคะวะโต   สาวะกะสังโฆ,             อาหุเนยโย,  ปาหุเนยโย,  ทักขิเณยโย,  อัญชะลีกะระณีโย,   อะนุตตะรัง   ปุญญักเขตตัง  โลกัสสาติฯ

 

พาหุง  สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง

ครีเมขะลัง  อุทิตะโฆระสะเสนะ  มารัง

ทานาทิธัมมะวิธินา  ชิตะวา  มุนินโท

ตันเตชะสา  ภะวะตุ  เต  ชะยะมังคะลานิฯ

 

มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง

โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง

ขันตีสุทันตะวิธินา  ชิตะวา  มุนินโท

ตันเตชะสา  ภะวะตุ  เต  ชะยะมังคะลานิฯ

 

นาฬาคิริง  คะชะวะรัง  อะติมัตตะภูตัง

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ  สุทารุณันตัง

เมตตัมพุเสกะวิธินา  ชิตะวา  มุนินโท

ตันเตชะสา  ภะวะตุ  เต  ชะยะมังคะลานิฯ

 

อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง

ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง

อิทธีภิสังขะตะมะโน  ชิตะวา  มุนินโท

ตันเตชะสา  ภะวะตุ  เต  ชะยะมังคะลานิฯ

 

กัตะวานะ  กัฏฐะมุทะรัง  อิวะ  คัพภินียา

จิญจายะ  ทุฏฐะวะจะนัง  ชะนะกายะมัชเฌ

สันเตนะ  โสมะวิธินา  ชิตะวา  มุนินโท

ตันเตชะสา  ภะวะตุ  เต  ชะยะมังคะลานิฯ

 

สัจจัง  วิหายะ  มะติสัจจะกะวาทะเกตุง

วาทาภิโรปิตะมะนัง  อะติอันธะภูตัง

ปัญญาปะทีปะชะลิโต  ชิตะวา  มุนินโท

ตันเตชะสา  ภะวะตุ  เต  ชะยะมังคะลานิฯ

 

นันโทปะนันทะภุชะคัง  วิพุธัง  มะหิทธิง

ปุตเตนะ  เถระภุชะเคนะ  ทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะวิธินา  ชิตะวา  มุนินโท

ตันเตชะสา  ภะวะตุ  เต  ชะยะมังคะลานิฯ

 

ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ  สุทัฏฐะหัตถัง

พรัหมัง  วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง

ญาณาคะเทนะ  วิธินา  ชิตะวา  มุนินโท

ตันเตชะสา  ภะวะตุ  เต  ชะยะมังคะลานิฯ

 

เอตาปิ  พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา

โย  วาจะโน  ทินะทิเน  สะระเต  มะตันที

หิตะวานะเนกะวิวิธานิ  จุปัททะวานิ

โมกขัง  สุขัง  อะธิคะเมยยะ  นะโร  สะปัญโญฯ

 

มะหาการุณิโก  นาโถ                    หิตายะ  สัพพะปาณินัง

ปูเรตะวา  ปาระมี  สัพพา                             ปัตโต  สัมโพธิมุตตะมัง

เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ                               โหตุ  เต ชะยะมังคะลัง ฯ

ชะยันโต  โพธิยา  มูเล                                สักะยานัง  นันทิวัฑฒะโน

เอวัง  ตะวัง  วิชะโย  โหหิ                            ชะยัสสุ  ชะยะมังคะเล

อะปะราชิตะปัลลังเก                                   สีเส  ปะฐะวิโปกขะเร

อะภิเสเก  สัพพะพุทธานัง                              อัคคัปปัตโต  ปะโมทะติฯ

สุนักขัตตัง  สุมังคะลัง                                  สุปะภาตัง  สุหุฏฐิตัง

สุขะโณ  สุมุหุตโต  จะ                                 สุยิฏฐัง  พรัหมะจาริสุ

ปะทักขิณัง  กายะกัมมัง                               วาจากัมมัง  ปะทักขิณัง

ปะทักขิณัง  มะโนกัมมัง                                ปะณิธี  เต  ปะทักขิณา

ปะทักขิณานิ  กัตะวานะ                                ละภันตัตเถ  ปะทักขิเณ ฯ

 

ภะวะตุ  สัพพะมังคะลัง                       รักขันตุ  สัพพะเทวะตา

สัพพะพุทธานุภาเวนะ                                    สะทา โสตถี   ภะวันตุ  เต ฯ

ภะวะตุ  สัพพะมังคะลัง                                   รักขันตุ   สัพพะเทวะตา

สัพพะธัมมานุภาเวนะ                                     สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

ภะวะตุ  สัพพะมังคะลัง                                   รักขันตุ   สัพพะเทวะตา

สัพพะสังฆานุภาเวนะ                                     สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

 

คำแปล

เพราะเหตุอย่างนี้ๆ  พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น  เป็นผู้ไกลจากกิเลส  ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง  ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ  เสด็จไปดีแล้ว  ทรงรู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง  สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า  ทรงเป็นครูของเหล่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย  เป็นผู้รู้  ผู้ตื่น  ผู้เบิกบานด้วยธรรม ทรงมีความสามารถในการจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ฯ

พระธรรม  เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว  ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง  เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล  สามารถแนะนำผู้อื่นให้มาพิสูจน์ได้ว่า  "ท่านจงมาดูเถิด"  ควรน้อมนำเข้ามาไว้ในตัว  ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน  ฯ

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า  ปฏิบัติดีแล้ว  ปฏิบัติตรงแล้ว  ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์  ปฏิบัติเหมาะสม  ได้แก่  บุคคลเหล่านี้คือ  คู่แห่งบุรุษ  ๔  คู่ นับเรียงลำดับได้  ๘  ท่าน  นั่นแหละพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า  ซึ่งเป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาน้อมนำมาบูชา  ควรแก่สักการะที่เขาเตรียมไว้ต้อนรับ  ควรรับทักษิณาทาน  เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรให้ความเคารพ  เป็นเนื้อนาบุญของโลกไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า  ฯ

พญามารเนรมิตแขนตั้งพันแขน  ถืออาวุธครบมือขี่ช้างครีเมขล์  สะพรึบด้วยพลมารโห่ร้องกึกก้องน่าสะพรึงกลัว  เข้ามาผจญ  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงชนะพญามารด้วยวิธีทางธรรมมีทานบารมีเป็นต้น  ด้วยเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีที่ได้ทรงชนะพญามารนั้น  ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน  ฯ

อาฬวกยักษ์  ผู้ดุร้ายหยาบช้า  เหี้ยมโหดต่อคนไม่เลือกหน้า ได้เข้ามารุกรานราวีพระพุทธองค์ตลอดทั้งคืน  หนักยิ่งเสียกว่าเมื่อครั้งผจญพญามาร  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชนะอาฬวกยักษ์ด้วยวิธีการทรมานที่ดีคือขันติธรรม  ด้วยเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีที่ได้ทรงชนะอาฬวกยักษ์นั้น  ขอชัยมงคล      ทั้งหลายจงมีแก่ท่าน

พญาช้างนาฬาคิรีกำลังตกมันเต็มที่จึงดุร้ายมาก  ร้องแปร๋แปร้นแล่นเข้ามาราวกับไฟป่าโหมไหม้  หรือไม่ก็เหมือนจักราวุธอันร้ายแรงราวสายฟ้าฟาด  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชนะพญาช้างนาฬาคิรีด้วยวิธีรดด้วยน้ำคือเมตตา  ด้วยเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีที่ได้ทรงชนะพญาช้างนาฬาคิรีนั้น  ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน

มหาโจรองคุลิมาล  สันดานบาปหยาบช้า  ทั้งฝีมือก็ยอดเยี่ยม  ถือดาบเงื้อง่าวิ่งไล่ติดตามพระองค์ตลอดทาง  ๓  โยชน์  องค์สมเด็จ    พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีทรงชนะมหาโจรองคุลิมาล  ด้วยการบันดาลฤทธิ์ทางใจ  ด้วยเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีที่ได้ทรงชนะมหาโจรองคุลิมาลนั้น  ขอชัยมงคลทั้งหลาย  จงมีแก่ท่าน

นางจิญจมาณวิกา  ทำมารยาเอาผ้าห่อไม้กลมผูกแนบไว้ที่ท้องแสร้งทำเหมือนหญิงท้องแก่  มาใส่ร้ายป้ายสีพระพุทธองค์  ท่ามกลางชุมนุมชน  องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชนะนางจิญจมาณวิกาด้วยวิธีที่สงบนิ่ง  วางพระองค์สง่าผ่าเผยเฉยอยู่เหมือนดวงจันทร์ลอยเด่น    ท่ามกลางฟากฟ้า  ด้วยเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีที่ได้ทรงชนะนางจิญจณวิกานั้น  ขอชัยมงคลทั้งหลาย     จงมีแก่ท่าน

สัจจกนิครนถ์  ผู้เชิดชูหลักทฤษฎีของตนว่าจริงแท้เลิศลอย  ราวกับชูธงขึ้นฟ้า  ซึ่งเป็นการปกปิดปัญญาที่จะรู้ความจริงเสีย  มุ่งมาจะโต้วาทะกับพระพุทธองค์  พระจอมมุนีทรงจุดประทีปคือปัญญาขึ้นส่องให้เห็นความจริงจนได้รับชัยชนะ  ด้วยเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จ       พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีที่ได้พิชิตสัจจกนิครนถ์นั้น  ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงชนะนันโทปนันทนาคราช  ผู้มีฤทธิ์มาก  แต่มีความหลงผิด  ด้วยทะนงจิตจึงบังอาจสำแดงฤทธิ์แผ่พังพานกั้นฉนวนอากาศ  ปิดทางพระพุทธองค์เสด็จ  พระจอมมุนีโปรดให้พระมหาโมคคัลลานะ  ผู้เป็นพุทธบุตร  เนรมิตกายเป็นนาคราชไปทรมานด้วยวิธีแสดงฤทธิ์ต้านฤทธิ์จนได้ชัยชนะ  สิ้นพยศ  รู้ผิด  รู้ชอบ  ด้วยเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีที่ได้ทรงชนะนันโทปนันทนาคราชนั้น  ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ท่าน

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ได้ทรงชนะพรหมชื่อ  พกะ  ผู้สำคัญตนว่ามีความบริสุทธิ์  มีรัศมี  เรืองอำนาจ  และมีฤทธิ์  ไม่มีใครยิ่งกว่า  เลยเกิดความเห็นผิดไปว่า  ชีวิตของพรหมเป็นชีวิตที่เป็นอมตะ  จึงโต้แย้งคำสอนของพระพุทธองค์  เปรียบเหมือนคนถูกงูกัดที่มือ  พระจอมมุนี  ทรงใช้วิธีแสดงพระญาณครอบญาณให้กว้างกว่า  ทำให้พรหมหมดความเห็นผิดจึงได้รับชัยชนะ  ด้วยเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผู้เป็นจอมมุนีที่ได้ทรงชนะพรหมชื่อพกะนั้น  ขอชัยมงคล ทั้งหลายจงมีแก่ท่าน

นรชนใดไม่เกียจคร้าน  สวดก็ดี  น้อมระลึกถึงก็ดี  ซึ่งพุทธชัยมงคลคาถา  ๘  บทนี้เป็นประจำทุกวันๆ  นรชนนั้นจะพึงล่วงเสียได้ซึ่ง อุปัทวันตรายทั้งหลายทั้งปวง  จะเป็นผู้มีปัญญา และถึงซึ่งความสุขพ้นทุกข์ภัยทั้งหลาย  ฯ

พระพุทธเจ้าทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก  ประกอบด้วยพระกรุณาอันยิ่งใหญ่  ทรงบำเพ็ญพระบารมีทุกประการ  เพื่อเกื้อกูลแก่มวลสรรพสัตว์  ทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณอันสูงสุดแล้ว  ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้  ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน  ขอท่านจงประสบความสำเร็จในการประกอบพิธีชัยมงคล  เหมือนองค์พระทศพลผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจแห่งชาวศากยะ  ทรงมีชัยชนะต่อพญามาร  ที่ควงต้นโพธิ์พฤกษ์  ทรงถึงความเป็น  ผู้เลิศ  บันเทิงอยู่เหนืออปราชิตบัลลังก์  คือ  บัลลังก์ของผู้มีชัยไม่พ่ายแพ้        ณ  ผืนแผ่นดินอันเป็นจอมดิน  ซึ่งเป็นที่ตรัสรู้แห่งพระพุทธเจ้าทุกๆ    พระองค์  กายกรรม  วาจากรรม  มโนกรรม  ความปรารถนาของท่านเป็น  ประทักษิณในวันเวลาใด  วันเวลานั้นเป็นฤกษ์ดี  มงคลดี  แจ้งดี  รุ่งดี  ขณะดี  ครู่ดี  และเป็นการบูชาอย่างดีสำหรับผู้ประพฤติดีทั้งหลาย  คนทำกรรมอันเป็นประทักษิณแล้วย่อมได้ประโยชน์อันเป็นประทักษิณ  ฯ

ขอมงคลทั้งปวงจงมี  ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงคุ้มครองรักษาด้วยพุทธานุภาพทั้งปวง  ขอท่านจงประสบแต่ความสุขสวัสดีตลอดกาลทุกเมื่อ

ขอมงคลทั้งปวงจงมี  ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงคุ้มครองรักษาด้วยธรรมานุภาพทั้งปวง  ขอท่านจงประสบแต่ความสุขสวัสดีตลอดกาลทุกเมื่อ

ขอมงคลทั้งปวงจงมี  ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงคุ้มครองรักษาด้วยสังฆานุภาพทั้งปวง ขอท่านจงประสบแต่ความสุขสวัสดีตลอดกาลทุกเมื่อฯ

 

ที่มา:หนังสือ พุทธานุภาพ แต่งโดย พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณ สำนักพิมพ์อนันตะ