จริยธรรม.คอม

You are here: หน้าแรก ศาสนพิธี กุศลพิธี พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ

(12 votes)

พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ คือการประกาศตนของผู้แสดงว่าเป็นผู้รับนับถือพระพุทธเจ้าเป็นของตน เป็นการแสดงตนให้ปรากฏว่ายอมรับนับถือพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชีวิตของตน เป็นพิธีที่ได้ทำกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล เพื่อแสดงให้รู้ว่าตนละลัทธิเดิมและรับเอาพระพุทธศาสนาไว้เป็นที่นับถือ
วิธีแสดงตนมีต่างกันโดยสมควรแก่บริษัทคือ
ผู้ที่เป็นบรรพชิตภายนอกพระพุทธศาสนามาก่อน ขอบรรพชาอุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา พระศาสดาทรงรับด้วยวาจาว่า มาเถิดภิกษุ ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด หรือเพียงว่า มาเถิดภิกษุ จงประพฤติพรหมจรรย์เถิด ภิกษุที่ทรงรับใหม่นั้นถือเพศตามเป็นอันเสร็จ ส่วนคฤหัสถ์ผู้ปรารถนาจะเป็นภิกษุก็แสดงตน และทรงรับเหมือนอย่างนั้น
ผู้ขอบรรพชาอุปสมบทต่อพระสาวก รับถือเพศตามก่อนแล้วเปล่งวาจาถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ สามครั้ง เป็นอันเสร็จ ต่อมาภายหลังวิธีนี้ใช้สำหรับรับเข้าเป็นสามเณร พระสงฆ์ประกาศรับเป็นพระภิกษุ
คฤหัสถ์ผู้ไม่ปรารถนาออกบวช เปล่งวาจาถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ปฏิญาณตน ชายเป็นอุบาสก หญิงเป็นอุบาสิกา
การปฏิญาณตนเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา ไม่จำทำเฉพาะคราวเดียว ทำซ้ำ ๆ ตามกำลังแห่งศรัทธาและความเลื่อมใส เกิดเป็นประเพณีนิยม แสดงตนเป็นพุทธมามกะสืบต่อเนื่องกันมาสรุปได้ว่า
เมื่อมีบุตรหลานอายุพอรู้เดียงสา ระหว่าง ๑๒ - ๑๕ ปี ก็ประกอบพิธีให้แสดงตนเป็นพุทธมามกะ เพื่อสืบความเป็นชาวพุทธต่อไป และเมื่อมีบุคคลต่างศาสนาเกิดเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ต้องการจะประกาศตนเป็นชาวพุทธ ว่านับแต่นี้ไป ตนยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาแล้ว จึงมีระเบียบพิธีดังนี้
การมอบตัว ผู้ที่ประสงค์จะประกอบพิธีต้องไปมอบตัวกับพระอาจารย์ที่ตนเคารพนับถือ แจ้งความประสงค์ให้ทราบ นำพานดอกไม้รูปเทียนเข้าไปหาพระอาจารย์ คุกเข่าห่างจากตัวพระอาจารย์ ประมาณศอกเศษ ยกพานน้อมตัวประเคน เมื่อพระอาจารย์กับพานแล้ว ให้ขยับตัวถอยออกมาเล็กน้อย แล้วประนมมือก้มกราบด้วยเบญจางคประดิษฐตรงหน้าพระอาจารย์สามครั้ง แล้วนั่งพับเพียบลง ขอเผดียงสงฆ์ต่อพระอาจารย์ตามจำนวนที่ต้องการ ไม่น้อยกว่าสามรูป รวมเป็นสี่รูปทั้งพระอาจารย์ จากนั้นกราบลาพระอาจารย์ด้วยเบญจางคประดิษฐอีกสามครั้ง
การเตรียมการ พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ควรประกอบขึ้นในวัดจะเหมาะที่สุด ถ้าจัดทำในพระอุโบสถได้เป็นดี เพราะเป็นสถานที่สำคัญอันเป็นหลักของวัด ไม่ควรจัดในที่กลางแจ้ง ควรตั้งโต๊ะบูชามีพระพุทธรูปเป็นประธาน
ให้ผู้ที่จะแสดงตนเป็นพุทธมามกะนุ่งห่มให้เรียบร้อย นั่งรอในที่ที่ทางวัดจัดไว้ เมื่อถึงเวลากำหนด พระอาจารย์และพระสงฆ์เข้าสู่บริเวณพิธี กราบพระพุทธรูปประธานแล้วเข้านั่งประจำอาสนะ ให้ผู้แสดงตนเป็นพุทธมามกะเข้าไปคุกเข่าหน้าโต๊ะบูชา จุดธูปเทียนและวางดอกไม้บูชาพระ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเปล่งวาจาว่า
อิมินา สกฺกาเรน พุทธํ ปูเชมิ ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้าด้วยเครื่องสักการะนี้ (กราบ)
อิมินา สกฺกาเรน ธมฺมํ ปูเชมิ ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรมด้วยเครื่องสักการะนี้ (กราบ)
อิมินา สกฺกาเรน สงฺฆํ ปูเชมิ ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ด้วยเครื่องสักการะนี้ (กราบ)
จากนั้น เข้าไปสู่ที่ประชุมสงฆ์ตรงหน้าพระอาจารย์ ถวายพานเครื่องสักการะแก่พระอาจารย์ แล้วกราบพระสงฆ์ตรงหน้าพระอาจารย์ด้วยเบญจางคประดิษฐสามครั้ง เสร็จแล้วคงคุกเข่าประนมมือเปล่งคำปฏิญาณต่อหน้าพระสงฆ์ เป็นตอนไป ดังนี้
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทฺธสฺส ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
(เปล่งวาจา สาม ครั้ง )
เอสาหํ ภนฺเต สุจิรปรินิพฺพุตมฺปิ ตํ ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ พุทฺธมามโกติ มํ สํโฆ ธาเรตุ
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แม้ปรินิพพานไปนานแล้ว ทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ เป็นสรณะที่ระลึกนับถือ พระพระสงฆ์จงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นพุทธมามกะ ผู้รับเอาพระพุทธเจ้าเป็นของตนคือ ผู้นับถือพระพุทธเจ้า ถ้าปฏิญาณพร้อมกันหลายคนทั้งชายหญิง คำปฏิญาณให้เปลี่ยนไปดังนี้
เอสาหํ ถ้าเป็นชายว่า เอเต มยํ ถ้าเป็นหญิงว่า เอตา มยํ
คจฺฉามิ เป็น คจฺฉาม (ทั้งชายและหญิง)
พุทฺธมามโกติ เป็น พุทธมามกาติ (ทั้งชายและหญิง)
ม ํ เป็น โน (ทั้งชายและหญิง)
เมื่อผู้ปฏิญาณกล่าวคำปฏิญาณจบแล้ว พระสงฆ์ทั้งนั้นประนมมือรับ "สาธุ" พร้อมกัน ต่อจากนั้นให้ผู้ปฏิญาณนั่งพับเพียบแล้วประนมมือฟังโอวาทต่อไป เมื่อจบโอวาทแล้ว ผู้ปฏิญาณรับคำว่า "สาธุ" แล้วนั่งคุกเข่าประนมมือน้อมตัวลงเล็กน้อย กล่าวคำอาราธนาเบญจศีล และสมาทานศีล ตามคำที่พระอาจารย์ให้ ดังนี้
ผู้ปฏิญาณอาราธนาศีล
อหํ ภนฺเต วิสุ ํ วิสุ ํ รกฺขนตฺ ถาย ติสรเณน สห ปญฺจ สีลานิ ยาจามิ
ทุติยมฺปิ อหํ ภนฺเต วิสุ ํ วิสุ ํ รกฺขนตฺ ถาย ติสรเณน สห ปญฺจ สีลานิ ยาจามิ
ตะติยมฺปิ อหํ ภนฺเต วิสุ ํ วิสุ ํ รกฺขนตฺ ถาย ติสรเณน สห ปญฺจ สีลานิ ยาจามิ
ถ้าสมาทานพร้อมกันหลายคน ให้เปลี่ยนคำ อหํ เป็น มยํ และเปลี่ยนคำ ยาจามิ เป็นยาจาม
คำสมาทานเบญจศีล
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทฺ ธสฺส ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค อรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
(เปล่งวาจา สามครั้ง)
พระอาจารย์ว่า ยมหํ วทามิ ตํ วเทหิ ผู้ปฏิญาณรับว่า อาม ภนฺเต
พระอาจารย์ว่านำ ผู้ปฏิญาณว่าตาม ดังนี้
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระธรรมเจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก
สงฺฆํ สรรณํ จฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์เจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก
ทุติ ยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก แม้ครั้งที่ สอง
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระธรรมเจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก แม้ครั้งที่ สอง
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์เจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก แม้ครั้งที่ สอง
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก แม้ครั้งที่สาม
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระธรรมเจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก แม้ครั้งที่สาม
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์เจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก แม้ครั้งที่สาม
พระอาจารย์ว่า ติสรณคมนํ นิฏฺฐิตํ ผู้ปฏิบัติรับว่า อาม ภนฺเต
พระอาจารย์ว่านำ ผู้ปฏิบัติว่าตาม
ปาณาติปาตา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท เว้นจากผลาญชีวิตสัตว์
อทินฺนาทานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท เว้นจากถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้
กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท เว้นจากประพฤติผิดในกาม
มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท เว้นจากการพูดเท็จ
สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท เว้นจากสุราและเมรัยอันเป็นฐานแห่งความประมาท
อิมานิ ปญฺจ สิกฺขา ปทานิ สมาทิยามิ ข้าพเจ้าสมาทานสิกขาบทห้าเหล่านี้
(พระอาจารย์บอกบทนี้จบเดียว ผู้ปฏิญาณพึงว่าซ้ำสามจบ) แล้วพระอาจารย์บอกอานิสงส์ศีลต่อไปว่า
สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา
สีเลน นิพฺพุตึ ยนฺติ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ผู้ปฏิญาณกราบอีกสามครั้ง ถ้ามีเครื่องไทยธรรมถวายพระสงฆ์ พึงนำมาประเคนในลำดับนี้ เสร็จแล้วนั่งราบตรงหน้าพระอาจารย์ เตรียมกรวดน้ำเมื่อพระสงฆ์ อนุโมทนา ดังนี้
ค ยถา ฯลฯ
ค สพฺพีติโย ฯลฯ
ค โส อตฺถลทฺโธ ฯลฯ หรือ สา อตฺถลทฺธา ฯลฯ หรือ เต อตฺถลทฺธา ฯลฯ แล้วแต่กรณี
ภวตุ สพฺพมงฺคลํ
ขณะพระอาจารย์ว่า ยถา ฯลฯ ผู้ปฏิญาณพึงกรวดน้ำตามแบบ พอพระสงฆ์ว่า สพฺพีติโย ให้กรวดน้ำให้เสร็จแล้วนั่งประนมมือรับพร เมื่อจบแล้วพึงคุกเข่ากราบพระสงฆ์สามครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี

 

ที่มา http://www.buddhadham.com/index.php?mo=3&art=243528

 

สมาชิกออนไลน์

0 users and 188 guests online