จริยธรรม.คอม

You are here: Home Articles General Articles คนไทยในมาเลเซียกับสิทธิความเป็นพลเมือง
Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

คนไทยในมาเลเซียกับสิทธิความเป็นพลเมือง

(0 votes)

     เมื่อกล่าวถึงคำว่า "ชนกลุ่มน้อย" ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายกว้างมากนั้นคนไทยในมาเลเซีย
ก็ขึ้นอยู่กับการนิยามของ แต่ละกลุ่มผู้ใช้แต่สำหรับในประเทศไทยแล้ว หากจะกล่าว
ถึงคำว่า ชนกลุ่มน้อย คนส่วนใหญ่ก็จะจินตนาการเห็นภาพผู้คนอยู่อาศัยบนดอยสูง
ทางภาคเหนือของประเทศซึ่งมีมากมายหลายกลุ่มด้วยกันอาจตั้งถิ่นฐาน
พักพึงอยู่อย่างถาวร หรืออพยพเร่ร่อนไปตามลักษณะของชนกลุ่มนั้นๆ มีภาษา วัฒนธรรม การแต่งกาย ความเชื่อ ประเพณีเฉพาะที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่
ในสังคมไทย และที่สำคัญคือยังมีความล้าหลัง

ประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างมาเลเซียก็ประกอบไปด้วยชนกลุ่มน้อยมากมาย

หนึ่งในนั้นคือ "คนไทย"

เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีอัตลักษณ์หลายอย่างที่เหมือนกับอัตลักษณ์ของคนไทยในภาคใต้ของประเทศไทย ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า คนไทยเหล่านั้นมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร โดยเฉพาะในด้านการมีสิทธิความเป็นพลเมืองของประเทศมาเลเซีย

คนไทยในมาเลเซียอาศัยอยู่พื้นที่แถบเขตตอนเหนือของประเทศมาเลเซียในปัจจุบันมาช้านานเป็นชนกลุ่มหนึ่งในรัฐไทรบุรี ปะลิส กลันตัน ทางตอนเหนือของรัฐเประ และมีจำนวนหนึ่งอาศัยในปีนังโดยบางส่วนได้ผสมกลมกลืนกับชนพื้นเมืองแถบนี้ด้วย

ภายหลังสยามเสียดินแดนส่วนนี้แก่อังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวไทยกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่อยู่ในประเทศมาเลเซียจนถึงปัจจุบัน โดยชาวไทยในหัวเมืองมลายูทั้ง 4 เมือง ยังคงตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นั่นนับตั้งแต่อังกฤษยึดครองมลายูจนกระทั่งมาได้รับเอกราชเป็นมาเลเซียในปัจจุบัน

โดยเฉพาะใน เกตะห์มี 11 เขต 27 หมู่บ้าน มีวัด 50 วัดมีชาวไทยไม่ต่ำกว่า 50,000 คน โดยชาวไทยในประเทศมาเลเซียนี้ก็ยังรักษาประเพณีวัฒนธรรมของไทยไว้ได้อย่างดีรวมถึงภาษา ความเชื่อ และศาสนาที่เป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกับชาวมลายู

สำหรับประเด็นเรื่องของสิทธิความเป็นพลเมืองของคนไทยในมาเลเซีย น่าจะเริ่มมองกันที่ประเด็นการขอมีสถานภาพเป็นภูมิบุตร (Bumi putra) ถือว่าสำคัญที่สุด

ตามรัฐธรรมนูญของมาเลเซียถือว่า บุคคลที่สืบเชื้อสายเป็นชาวมลายูหรือสืบเชื้อสายเป็นชาวซาบาห์หรือชาวซาราวักในมาเลเซียเท่านั้นที่เป็นภูมิบุตรา นอกจากนั้นจะไม่ใช่ภูมิบุตรา

ฉะนั้นจะมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นภูมิบุตราเพียงสองกลุ่มเท่านั้น คือกลุ่มชาติพันธุ์มลายูและกลุ่มชาติพันธุ์กาดาซันจากรัฐซาราวักและซาบาห์ ส่วนลูกหลานที่เป็นภูมิบุตรา ก็จะต้องมีบิดาหรือมารดาที่สืบเชื้อสายมลายูหรือชาวซาบาห์หรือซาราวักเท่านั้น

ผู้ที่ถือสิทธิเป็นภูมิบุตราจะถือว่าเป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง จะมีสิทธิพิเศษมากมายนับว่าเหนือกว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในมาเลเซีย

ทุกกลุ่มชาติพันธุ์จึงต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้สถานภาพภูมิบุตราซึ่งนั้นหมายถึงความเป็นพลเมืองของประเทศมาเลเซียโดยสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม จากการต่อสู้ทางสายกลางของชาวพุทธเชื้อสายไทยนั้นนับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะว่าชาวพุทธเชื้อสายไทยถึงแม้ว่าไม่มีสถานภาพเป็นภูมิบุตรา แต่สิทธิต่างๆ หมายถึงสิทธิด้านการเมืองเศรษฐกิจและสังคม จะเหมือนกับภูมิบุตราที่เป็นชาวมลายูทุกประการ

ปัจจุบันนี้ชาวพุทธเชื้อสายไทยจึงมีสถานภาพพิเศษซึ่งถือว่าเป็นสถานภาพที่สูงกว่าชาวจีนและชาวอินเดียในมาเลเซีย

ก่อนมาเลเซียได้รับเอกราช ชาวไทยเหล่านั้นมีหลักฐานแสดงสถานภาพความเป็นชนกลุ่มน้อยคือสูติบัตรแสดงความเป็นไทยเชื้อสายไทย ทะเบียนสำมะโนครัวแสดงสัญชาติมาเลเซีย เริ่มทำบัตรประชาชนตั้งแต่อายุ 12 ปี และทำใหม่อีกครั้งเมื่ออายุ 18 ปี เมื่อหลังจากได้รับเอกราชแล้ว ชาวไทยมีหลักฐานการแสดงสถานภาพเหมือนเดิม แต่จะไม่มีการทำทะเบียนสำมะโนครัวแสดงสัญชาติมาเลเซียแต่จะมีบัตรประชาชนแสดงสัญชาติมาเลเซียแทน

นอกจากชาวไทยมีที่ดินเป็นของตนเองได้ มีสิทธิขายที่ดินให้แก่ผู้อื่นได้แต่ผู้ซื้อต้องเป็นชาวมาเลเซีย ชาวไทยด้วยกันไม่มีสิทธิซื้อขายที่ดินไม่ว่าเป็นของชาวไทยหรือของชาวมาเลเซีย

อีกประการหนึ่งเจ้าของที่ดินต้องเป็นเกษตรกรชาวไทยและมีบัตรแสดงการเป็นเกษตรกรชาวไทย

ทางการมาเลเซียจึงยอมรับว่าชาวไทยเป็นเกษตรกรเจ้าของที่ดินและไม่ประสงค์กลับเข้าไปอยู่ในประเทศไทย

สำหรับการขอแก้ไขให้มีการระบุชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทยในแบบฟอร์มการขอเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐ ประเด็นนี้ก็ถือว่าสำคัญ เพราะว่าหากไม่มีการระบุกลุ่มชาติพันธุ์ที่ชัดเจน จะทำให้ลูกหลานชาวพุทธเชื้อสายไทยหมดสิทธิในการเข้าศึกษาต่อในสถาบันของรัฐ เพราะการเข้าสถาบันการศึกษาของรัฐในมาเลเซียนั้นมีการจัดการเข้าศึกษาตามระบบ ซึ่งเป็นอัตราส่วนตามจำนวนกลุ่มชาติพันธุ์

ด้านการเมืองเรื่องของการขอมีสิทธิเป็นสมาชิกของพรรคอัมโน (umno-United Malays National Organization) ประเด็นนี้ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญมาก เพราะว่าพรรคอัมโนเป็นพรรคการเมืองของชาวมลายู เป็นพรรคการเมืองที่ผูกขาดการบริหารปกครองประเทศโดยตลอดมา ผู้ที่เป็นสมาชิกของพรรคอัมโนจะได้รับผลประโยชน์และสิทธิต่างๆ อย่างเช่นการขอเงินงบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง การขออนุญาตในการจัดกิจกรรมของท้องถิ่น อาจจะง่ายขึ้นมากกว่าพรรคอื่นๆ

สำหรับชาวพุทธเชื้อสายไทยนั้น นับตั้งแต่ที่เคยมีการต่อสู้การเรียกร้องสิทธิทางการเมืองที่แตกต่างกันในการดำเนินนโยบายที่มีต่อชนกลุ่มน้อยชาวพุทธเชื้อสายไทยนั้น รัฐบาลมาเลเซียได้ตอบสนองด้วยการให้มีการจัดตั้งองค์กรกลุ่มชาติพันธุ์ชาวพุทธเชื้อสายไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงเกิดสมาคมสยามมาเลเซียและสมาคมไทยกลันตันที่ทำการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของกลุ่มชาติพันธุ์

รัฐบาลมาเลเซียมีการให้คำมั่นแก่ชาวพุทธเชื้อสายไทยถึงการสงวนสิทธิในตำแหน่งสภานิติบัญญัติไว้สำหรับชาวพุทธเชื้อสายไทยหนึ่งที่นั่งตามประชากรจำนวนประมาณ 60,000 คน

ในปัจจุบันชาวไทยที่มีถิ่นฐานอาศัยอยู่ในแถบรัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ยังคงมีความรู้สึกผูกพันอย่างเหนียวแน่นกับประเทศไทยโดยเฉพาะในวิถีการดำเนินชีวิต แม้แต่ศาสนา และวัฒนธรรม

แต่อย่างไรก็ตาม คนไทยกลุ่มนี้กลับมิได้เรียกร้องหรือต้องการมีสัญชาติไทยเหมือนอย่างกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นในเขตตะนาวศรีของประเทศพม่า ทั้งที่กลุ่มคนพลัดถิ่นทั้งสองกลุ่มนี้อยู่ในสถานะที่คล้ายคลึงกัน คือการถูกเส้นเขตแดนบังคับความเป็นพลเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง การขีดเส้นเขตแดนเกิดขึ้นหลังการตั้งถิ่นฐานของผู้คนหลังการเกิดขึ้นของรัฐชาติ หรือความเป็นประเทศในปัจจุบันนั้นนับเป็นปัญหาที่ต้องตกอยู่กับตัวของประชาชนหากไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ อย่างที่คนไทยพลัดถิ่นในเขตตะนาวศรีของประเทศพม่าออกมาเรียกร้อง

แต่สำหรับคนไทยพลัดถิ่นในมาเลเซียหรืออย่างที่พวกเขาเรียกตัวเองว่า "คนไทยติดถิ่น" นั้นน่าจะถูกต้องกว่า เพราะเป็นคนในพื้นที่นั้นเดิมไม่ได้เกิดจากการอพยพเข้าไป คนกลุ่มนี้ต่างกับกลุ่มคนไทยในเขตตะนาวศรีเนื่องจากพวกเขาพอใจกับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะประเทศมาเลเซียมีการดูแลชนกลุ่มน้อยที่มีประสิทธิภาพมากกว่า จนชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าพึงพอใจ

ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียมองว่ากลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นภัยและส่งผลกระทบใดๆ ต่อประเทศ จึงไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่มากนัก

ยิ่งกว่านั้นยังมีการอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมทางพุทธศาสนาได้อย่างเสรีทั้งที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม สถานะความเป็นพลเมืองก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจมีสิทธิในเรื่องของสาธารณูปโภคที่ครบถ้วน

แต่อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างนั้นอาจไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เพราะด้วยข้อจำกัดที่เป็นเพียงชนกลุ่มน้อยของสังคม ก็จำต้องคล้อยตามความเป็นไปของคนส่วนใหญ่ของสังคมซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการของชนกลุ่มน้อยไปทั้งหมด

ทั้งนี้ ความเป็นอยู่ของคนไทยในมาเลเซียอยู่ที่ดีในระดับหนึ่งปัจจุบันนั้น อีกเหตุผลที่อาจเป็นไปได้คือประเทศมาเลเซียและประเทศไทยค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาช้านาน และเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่พึ่งพาอาศัยกันอยู่บ่อยครั้ง และมาเลเซียก็เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเส้นทางของความเป็นประชาธิปไตยในเรื่องของสิทธิความเป็นพลเมืองของชนกลุ่มน้อยที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน

เหล่านี้อาจเป็นปัจจัยที่ประกอบให้ชนกลุ่มน้อยชาวไทยในมาเลเซียมีสิทธิความเป็นพลเมืองเป็นที่พอใจเฉกเช่นเดียวกับชนส่วนใหญ่ของประเทศ

โดย สุดารัตน์ แสงศรี
     (ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 22 กันยายน 2554 ผู้เขียนเป็นอาจารย์ประจำสาขาภูมิภาคศึกษา  สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปฏิบัติงานสหกิจศึกษา สถาบันสันติศึกษา  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)

ที่มา http://www.matichon.co.th/

Comments (0)Add Comment
Write comment
 
 
smaller | bigger
 

busy
 

Online Users

0 users and 230 guests online