ย้อนอดีตการเดินทางของพุทธศาสนา
พุทธพยากรณ์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้มุ่งหมายให้มนุษย์ “ตื่นกลัว” แต่อย่างใด เพราะหากพิจารณาด้วยจิตว่าง พุทธพยากรณ์เหล่านี้น่าจะมุ่งหมายให้มนุษย์ “ตื่นตัว” พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องจากความไม่เที่ยงของโลกมากกว่า เพราะแม้แต่พุทธศาสนาเองก็ไม่อาจหลีกเร้นไปจากความจริงข้อนี้เช่นกัน
กว่า ๒,๕๐๐ปีที่ผ่านมา มนุษย์ต้องเผชิญหน้าและรับมือกับ “ความไม่เที่ยง” ที่เกิดขึ้นกับพุทธศาสนาอย่างไร Secret มีลำดับเหตุการณ์สำคัญๆมานำเสนอ
พ.ศ.๑ (หลังจากปรินิพพาน) พ.ศ.๙๙
สั่งคายนาพุทธศาสนาครั้งที่ ๑ ณ เมืองราชคฤห์ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ต้องตรงกันเป็นหนึ่งเดียว
พ.ศ.๑๐๐-๒๓๕
สังคายนาพุทธศาสนาครั้งที่ ๒ ณ เมืองเวสาลี พุทธศาสนาเริ่มแยกออกเป็น ๒ นิกายใหญ่ คือ เถรวาท (เคร่งครัดตามธรรมวินัยเดิม) และอาจริยวาท (ถือคำสอนตามอาจารย์รุ่นหลัง)
พ.ศ.๒๓๖-๓๕๓
ยุคทองของพุทธศาสนา มีการสังคายนาพุทธศาสนาครั้งที่ ๓ ณ เมืองปาฏลีบุตร โดยพระเจ้าอโศกมหาราช ราชวงศ์เมารยะเป็นผู้อุปถัมภ์ ในรัชสมัยนี้มีการส่งสมณทูตถึง ๙ สาย ออกเผยแผ่พุทธศาสนาในชมพูทวีปและดินแดนใกล้เคียง เช่น
สายพระมหินทเถระและคณะเดินทางไปยังลังกาทวีป ในครั้งนั้นพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ กษัตริย์ลังกา ทรงเลื่อมใสและให้การอุปถัมภ์พุทธศาสนาอย่างดียิ่ง มีการสร้างวัดและงานพุทธศิลป์ขึ้นมากมายทั่วลังกา สถาบันสงฆ์เจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว มีททั้งภิกษุและภิกษุณี ยุคนี้นับเป็นยุคทองของพุทธศาสนาในลังกาก็ว่าได้
อีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ พระโสณะกับพระอุตตรเถระที่เดินทางไปยังดินแดนสุวรรณภูมิ ไทย พม่า และลาว ในปัจจุบัน
พ.ศ.๓๕๙-๔๗๐
ปุษยมิตรก่อกบฏล้มล้างราชวาศ์เมารยะ พร้อมกับตั้งราชวงศ์ศุงคะขึ้นใหม่ ให้การอุปถัมภ์ศาสนาพราหมณ์ กวาดล้างพุทธศาสนาเผาวัดวาอาราม และเข่นฆ่าภิกษุสงฆ์ แต่ไม่สามารกวาดล้างได้สำเร็จ
พ.ศ.๕๐๐-๘๐๐
พุทธศาสนารุ่งเรืองอีกครั้งด้วยการอุปถัมภ์ของราชวงศ์กุษาณะมีการส่งสมณทูตออกไปเผยแผ่พุทธศาสนายังเอเชียกลาง เป็นผลให้พุทธสาสนาแพร่หลายไปยังจีน เกาหลี มองโกเลีย และญี่ปุ่นในสมัยต่อมา
พ.ศ.๘๖๐-๑,๐๐๐
พุทธศาสนาเข้าสู่ยุคทองอีกครั้งด้วยการอุปถัมภ์ของราชวงศ์คุปตะ

ชนเผ่าหูณะหรือฮั่นขาวเข้ายึดครองบางส่วนของอินเดีย มีการกวาดล้างพุทธศาสนาอย่างหนัก
พ.ศ.๑,๒๕๐-๑,๗๐๐
ราชวงศ์ปาละช่วยพื้นฟูและอุปถัมภ์พุทธศานาอย่างดียิ่ง มหาวิทยาลัยสงฆ์นันทาขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการสร้างมหาวิทยาลัยขึ้นอีกหลายแห่ง ขณะเดียวกัน ภิกษุสงฆ์ส่วนใหญ่กลับเริ่มศึกษาพุทธศาสนาแบบตันตระซึ่งใกล้เคียงกับฮินดูมากขึ้น ทำให้พระวินัยที่เคยเคร่งครัดเริ่มเสื่อมลง ยากจะมีผู้ศรัทธาอีกต่อไป
พ.ศ.๑,๗๐๐
พุทธศาสนาในอินเดียวอ่อนแอมาก กองทัพเติร์กมุสลิมเข้ารุกรานทำลายล้างพุทธสาสนาทั่วชมพูทวีปชนิดถอนรากถอนโคน พระสงฆ์ถูกฆ่าเป็นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือรอดต่างลี้ภัยไปอยู่ในทิเบตและเนปาล พุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองมากว่า ๑,๗๐๐ปีจึงสูญสิ้นจากอินเดียไปนับแต่นั้น!
พ.ศ.๑,๗๐๑-๒,๐๐๐
พุทธศาสนาที่เคยเจริญรุ่งเรืองในลังกาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๔-๑๑ เริ่มประสบปัญหาความไม่สงบภายใน การรุกรานของชาวทมิฬเป็นเหตุให้พุทธศาสนาเริ่มเสื่อม จากนั้นพระเจ้าปรากรมพาหุที่ ๑ โปรดฯให้ชำระพระศาสนาครั้งใหญ่ ลังกาจึงคืนกลับเป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาได้อีกครั้ง
พ.ศ.๒,๐๐๑-๒,๒๙๐
ชาวโปรตุเกสและฮอลันดาซึ่งเข้ายึดครองลังกาถืออำนาจเบ็ดเสร็จกดขี่ชาวพุทธ บีบบังคับให้หันมานับถือศาสนาคริสต์สุดท้ายชาวพุทธเริ่มฆ่าฟันกันเอง ภิกษุสงฆ์อพยพหนีตายจนหมด.....ลังกาจึงสูญสิ้นสมณวงศ์
พ.ศ.๒,๒๙๒-๒,๒๙๔
กษัตริย์ลังการส่งคณะทูตอัญเชิญพระราชสาสน์มายังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อทูลขอนิมนต์คณะสงฆ์จากอยุธยาไปฟื้นฟูพระศาสนา ทำให้เกิดคณะสงฆ์นิกายสยามวงศ์หรือ อุบาลีวงศ์ขึ้นในลังกา
พ.ศ.๒,๓๔๐-๒,๔๙๑
อังกฤษเข้ายึดครองลังกา มีการโจมตีศาสนาพุทธอย่างรุนแรงเพื่อเผยแพร่ศาสนาคริสต์ หลังได้รับอิสภาพ ชาวลังกาจึงมุ่งมั่นรักษาพุทธศาสนาเพื่อคงไว้เป็นศาสนาประจำชาติได้สำเร็จ
เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ อรรถกานต์ ปาละกูล
จากนิตยสาร Secret
| Next > |
|---|

